You are here: Home » ข่าวนวงการอสังหาริมทรัพย์ » “ออริจิ้น” เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกก่อนเข้า SET ฟันกำไรทะลุ 3,000%

“ออริจิ้น” เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกก่อนเข้า SET ฟันกำไรทะลุ 3,000%

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI

บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI เผยรายได้ครึ่งปีแรกปิดยอดพรีเซลทะลุ 203% ส่งผลกำไรเกินเป้ากว่า 3,000% ขณะที่รายได้จากการขายเติบโตกว้างกระโดด แตะ 766% เหตุดีมานด์ความต้องการจาก 6 โครงการคอนโดมิเนียม ที่เปิดตั้งแต่ต้นปีผลตอบรับดีเกินคาด ประธานบอร์ดแย้มเร่งต่อยอดโครงการคอนโดมิเนียม ระดับ High-end หวังตอบโจทย์ลูกค้าญี่ปุ่น พร้อมจ่อเข้าเทรด SET ไตรมาส 3 นี้

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียมตามแนวสถานีขนส่งมวลชนระบบรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2558 ว่า บริษัทฯ มีอัตราการทำกำไรสุทธิในงวดครึ่งปีแรกอยู่ที่ 229.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,240% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,080.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 762% ทั้งนี้ สาเหตุที่บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทฯ มีความสามารถในการทำยอดพรีเซล ได้สูงถึง 203% เป็นผลจากการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมตั้งแต่ต้นปี 2558 จำนวน 6 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมทั้งหมด 3,175 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจากการวางยุทธศาสตร์ทำเลที่ตั้งตามแนวรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์คอนเซปต์กลยุทธ์ บลูโอเชี่ยน ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของ ORI และการรับรู้รายได้จากโครงการในตระกูลไนท์บริจด์ (KnightsBridge) ซึ่งเป็นโครงการตึกสูงที่ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยม ปัจจุบัน บริษัทฯ มีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 138.5% สูงกว่าปีที่แล้วที่ 23.9% และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์อยู่ที่ 21.1% สูงกว่าปีที่แล้วที่ 4.8%

“ยอดพรีเซลที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากแผนกลยุทธ์การขยายโครงการใหม่ของบริษัทฯ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันรวม 6 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ Pause สุขุมวิท 103, โครงการ Pause สุขุมวิท 107 A และ B, โครงการ Pause สุขุมวิท 115, โครงการ Pause ID สุขุมวิท 107 และ โครงการไนท์บริจด์ สกาย ซิตี้ สะพานใหม่ โดยคิดเป็นมูลค่าโครงการรวมทั้งหมด 3,175 ล้านบาท ประกอบกับการเลือกทำเลในแต่ละแห่งที่บริษัทฯ มุ่งเน้นยุทธศาสตร์ทำเลที่ตั้งแนวรถไฟฟ้า ทำให้สอดคล้องต่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์ตามคอนเซปต์กลยุทธ์ บลูโอเชี่ยน ได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ผนวกกับกระแสตอบรับจากโครงการในตระกูลไนท์บริจด์ (KnightsBridge) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะโครงการ “ไนท์บริดจ์ สกายซิตี้ สะพานใหม่” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคย่านสะพานใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยจะเห็นได้จากยอดการจองซื้อโครงการล่าสุดที่สูงกว่า 90% หลังจากที่เปิดการขายอย่างเป็นทางการเพียงแค่เดือนเศษ ทั้งนี้ เป็นเพราะความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมย่านดังกล่าว ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ORI ก็ถือเป็นบริษัทฯ อสังหาริมทรัพย์แห่งแรกที่เข้าไปเจาะตลาด และเปิดการขายคอนโดฯ เป็นรายแรกในย่านดังกล่าว ประกอบกับจุดเด่นของโครงการนี้ คือ อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าสายหยุด (สายสีเขียว) โดยบริษัทฯ คาดว่าจะปิดการขายได้ภายในเร็วๆ นี้”

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับโครงการ “ไนท์บริดจ์ สกายซิตี้ สะพานใหม่” ทำให้บริษัทฯ มีแผนที่ต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวผ่านโครงการในตระกูล KnightsBridge โดยเตรียมเปิดโครงการ “ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชียน ศรีราชา” ในช่วงปลายไตรมาส 3 นี้ โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับ High-end บนคอนเซปต์แนวคิดการออกแบบที่เน้นฟังก์ชันความคุ้มค่า รูปแบบการดีไซน์ และไลฟ์สไตล์เฉพาะของคนญี่ปุ่น มาประยุกต์ใช้ เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ORI ได้หยิบยกการดีไซน์ห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าประเทศดังกล่าว โดยเฉพาะห้องน้ำที่ถูกออกแบบในรูปแบบออนเซน ดังนั้น เชื่อว่าโครงการดังกล่าวสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นที่ต้องการแสวงหาความสงบในประเทศไทย ได้ตรงตามคอนเซปต์ความต้องการได้อย่างลงตัว

“สาเหตุที่ ORI พัฒนาโครงการไนท์บริดจ์ ดิ โอเชียน ศรีราชา ขึ้นมาก็เพื่อที่จะรองรับกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นเป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันบริษัทฯ มีฐานกลุ่มลูกค้าดังกล่าวกว่า 87% เมื่อเทียบกับสัดส่วนลูกค้าต่างชาติทั้งหมด และบริษัทฯ คาดว่าหากโครงการนี้เปิดตัว ORI จะสามารถขยายฐานลูกค้าญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน พร้อมทั้งคาดว่าจะมียอดจองซื้อในโครงการนี้เข้ามากว่า 70% ของมูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายกลุ่มลูกค้าชาวจีน และสิงคโปร์เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนหนี่งเพราะ ORI มีทีมเซลอินเตอร์ที่มีศักยภาพ และมีพันธมิตรทางการค้าในต่างประเทศที่ช่วยส่งเสริมการขับเคลื่อนของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องต่อการเปิดตลาด AEC ”

นอกจากนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ยังได้กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวสูงในครึ่งปีหลังว่า จากดีมานด์ความต้องการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมยังคงมีเพิ่มสูงขึ้น บริษัทฯ เชื่อว่าครึ่งปีหลังตลาดคอนโดฯ ยังคงมีสีสันไม่แพ้ในช่วงครึ่งปีหลังเนื่องจากคอนโดฯ เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้มากที่สุด ดังนั้น บริษัทฯ เชื่อว่ากำลังซื้อในตลาดคนรุ่นใหม่ยังคงมีอยู่ ซึ่งโครงการของ ORI ทุกโครงการสามารถตอบสนองความต้องการของกำลังซื้อเหล่านี้ได้เหนือคู่แข่งรายอื่น โดยจะเห็นได้จากการสบช่องทางใหม่ในการเตรียมขยายศักยภาพการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้ “ไนท์บริดจ์” บนทำเลทอง บนย่านเกษตร-สะพานใหม่ ตามแผนยุทธศาสตร์ทางการมองตลาด ตามคอนเซปต์บลูโอเชียน คือ ทำเลศักยภาพใหม่ที่มีคู่แข่งน้อยราย

ส่วนเรื่องความคืบหน้าในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น บริษัทฯ เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ภายในไตรมาส 3/2558 นี้ โดยบริษัทฯ มีแผนที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ในการพัฒนาโครงการของบริษัทฯ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และในอนาคต รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ

 

Cr.http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000094064&Keyword=%a4%cd%b9%e2%b4