โฉมใหม่ แฟลตดินแดง ตึกสูง 25 ชั้นคนจนผ่อนได้

โฉมใหม่ แฟลตดินแดง ตึกสูง 25 ชั้นคนจนผ่อนได้

ภารกิจเร่งด่วนของ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” เจ้ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นอกจากจะจัดหาบ้านราคาถูกมารองรับผู้มีรายได้น้อย ที่แปลงโฉมจาก “บ้านเอื้ออาทร” มาเป็น “บ้านยั่งยืน” เปิดจองใหม่ในราคาไม่เกิน 5 แสนบาท ตามนโยบายบิ๊กตู่แล้ว

อีกเผือกร้อนจะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใต้รัฐบาลชุดนี้คือ การพัฒนาโครงการแฟลตดินแดง ที่สร้างกันมานานตั้งแต่ 2506 ให้มีสภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หลังยืดเยื้อกันมานานหลายปี จะทุบทิ้ง-ไม่ทุบทิ้ง เพราะมีทั้งคนคัดค้านและเห็นด้วยกับโปรเจ็กต์ใหม่ที่ “กคช.-การเคหะแห่งชาติ” ออกแบบก่อสร้าง

“เราพร้อมรับฟังปัญหาของผู้อยู่อาศัย ถ้ายังมีคนคัดค้าน เราจะต้องทำความเข้าใจ นโยบายคือให้การเคหะฯเดินหน้าโครงการไปตามแผน ยังไงโครงการนี้จะต้องทำให้ได้ภายในรัฐบาลนี้อย่างแน่นอน” พล.ต.อ.อดุลย์ย้ำเสียงหนักแน่น

สำหรับสถานะโครงการล่าสุด “เจ้ากระทรวง พม.” กล่าวว่า ขณะนี้การเคหะฯได้ออกแบบโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าในเร็ว ๆ นี้จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่ออนุมัติแผนงานก่อสร้างและงบประมาณที่จะมาดำเนินการจะมาจากไหนได้บ้าง ซึ่งการพัฒนาโครงการจะต้องทำตามขั้นตอนให้ถูกต้อง

ตามมาสเตอร์แพลนที่การเคหะฯวางไว้จะใช้เวลาพัฒนาประมาณ 8 ปี เริ่มต้นปี 2559 เป็นต้นไป จะเน้นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเป็นหลัก เป็นอาคารสูง 25 ชั้น และ 35 ชั้น จะไม่มีศูนย์การค้าหรือพัฒนาเชิงพาณิชย์รูปแบบอื่นแต่อย่างใด

“เรื่องแฟลตดินแดงก็เป็นเรื่องของคนดินแดง ที่อยู่อาศัยที่จะพัฒนาจะมีรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมก่อนเป็นลำดับแรก ประมาณ 6,000 ยูนิต จากทั้งหมด 20,292 ยูนิต เพราะจะสร้างเพื่อให้กลุ่มผู้อยู่อาศัยรายใหม่ด้วย นอกจากผู้มีสิทธิ์เดิมอยู่แล้ว”

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวอีกว่า โดยปี 2559 การเคหะฯจะสร้างiตึกใหม่สูง 25 ชั้น จำนวน 334 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอย 33 ตารางเมตร บริเวณหัวมุมสามเหลี่ยมดินแดง พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ที่สามารถสร้างได้ทันทีหากได้รับการอนุมัติจาก ครม. เพื่อมารองรับผู้อยู่อาศัยเดิม จำนวน 5 อาคาร คืออาคาร 18-20 และอาคาร 21-22

“หลักการของเราคือ จะสร้างตึกใหม่ให้อยู่ก่อน แล้วค่อยไล่รื้อหรือทุบไปทีละอาคาร เพื่อลดผลกระทบของผู้อาศัยไม่ให้มีความเดือดร้อนหาที่อยู่อาศัยใหม่”

สำหรับอัตราค่าเช่าภายใต้โครงการใหม่นี้ “พล.ต.อ.อดุลย์” กล่าวย้ำว่า ถ้าเป็นกลุ่มผู้อยู่อาศัยเดิมจะคิดค่าเช่าในราคา 1,000 บาท /เดือน/ห้อง จากปัจจุบันเช่าอยู่ในราคา 300 บาท/เดือน/ห้อง หรือหากเช่าอยู่ 600 บาท/เดือน/ห้อง จะเป็นราคา 1,500 บาท/เดือน/ห้อง ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นผลดีทั้ง 2 ฝ่าย

ขณะที่โครงการสร้างคอนโดฯราคาถูกแนวรถไฟฟ้า “พล.ต.อ.อดุลย์” กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งให้การเคหะฯนำเสนอโครงการ เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) แต่โครงการไหนที่ทำได้ก่อน เช่น โครงการบ้านยั่งยืน ก็อาจจะมีเฟสต่อไปในอนาคต ให้การเคหะฯไปพิจารณาพื้นที่โครงการที่จะมาพัฒนา ซึ่งราคาจะพยายามไม่ให้เกินยูนิตละ 500,000-600,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเลและต้นทุนด้วย

“อะไรที่เป็นนโยบาย เราจะเร่งให้เห็นเป็นรูปธรรมในปีหน้า อะไรที่เรามีของเดิมอยู่แล้ว ก็เร่งผลักดันตรงนี้ไปก่อน โครงการใหม่ก็ต้องทำต่อไป เน้นผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก และยังมีโครงการเช่าที่อยู่แนวรถไฟและรถไฟฟ้าด้วยอีก 1 หมื่นยูนิต ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี เพราะจากผลการศึกษาปีི มีผู้มีรายได้ประมาณ 4 ล้านคนที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัย”

เช่นเดียวกับโครงการสร้างแฟลตให้เช่าใน 6 เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ จ.ตาก สระแก้ว ตราด มุกดาหาร สงขลา และหนองคายที่ พล.ต.อ.อดุลย์ย้ำว่า ต้องรอผลการศึกษาโครงการ ที่ดิน รูปแบบ เงินลงทุน สิ่งแวดล้อม ต้องใช้เวลา แต่จะได้เห็นแน่ ๆ ในปีหน้า พ่วงด้วยโครงการที่อยู่อาศัยให้เช่าอีกประมาณ 10,000 ยูนิตที่กำลังรอเข้า ครม.ในเร็ว ๆ นี้

หาก “ครม.” ไฟเขียว ทุกโครงการ จะเริ่มปักหมุดปี 2559

Cr.www.prachachat.net